Health 4 Senior
Image default

เม็ดแคปซูลสมุนไพรกับภัยร้ายแอบแฝงที่ไม่ควรมองข้าม

ปัจจุบัน ความนิยมในการดูแลร่างกายด้วยสมุนไพร ได้รับการยอมรับและแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่ความนิยมเฉพาะกลุ่มเล็ก ๆ อีกแล้ว ทั้งในด้านแพทย์แผนไทย และแพทย์แผนตะวันออก ได้มีการศึกษาและวิจัยถึงตัวยาตามธรรมชาติเหล่านี้อย่างจริงจัง ทำให้มีสมุนไพรในรูปแบบแคปซูลทานง่ายมากมาย แต่อย่างไรก็ดี เราก็ยังพบอันตรายแอบแฝงมา ซึ่งส่งผลต่อผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์อยู่บ้าง การเลือกรับประทานสมุนไพรก็เช่นเดียวกับการเลือกรับประทานวิตามิน และอาหารเสริมอื่น ๆ คือต้องมีหลักการ มีความระมัดระวัง และหาความรู้ร่วมด้วยนั่นเอง

 

1. สุ่มดูซักเม็ด

สมุนไพรตากแห้ง สมุนไพรบดอัดเม็ด มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารโลหะหนัก รวมถึงเชื้อราไม่น้อย ดังนั้นหากคุณรู้สึกไม่วางใจ ก่อนรับประทานลองสุ่มแกะดูซักเม็ด อย่างไรก็ดี วิธีนี้อาจไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด เพราะเม็ดที่คุณสุ่มมาอาจไม่มีปัญหา ในขณะที่เม็ดอื่นมีก็ได้ แต่วิธีนี้ก็สามารถสร้างความเบาใจให้ได้บ้าง

 

2. มองหา อย.

อย. ย่อมาจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  ซึ่งทำหน้าที่คุ้มครองสุขภาพของประชาชน จากการบริโภคผลิตภัณพ์สุขภาพเหล่านี้ ดังนั้นการเลือกซื้อสมุนไพรบรรจุแคปซูล ควรสังเกตสัญลักษณ์ อย. ให้ชัดเจน ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถนำเลข อย. ที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ ไปเช็คบนเว็บไซต์ได้ด้วย เพื่อตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน จริงหรือไม่ วิธีนี้น่าเชื่อถือและวางใจได้มากกว่าข้อ 1

 

3. ทำความเข้าใจผลข้างเคียง

สมุนไพรนั้นคือพืช ดังนั้นจึงมีสารประกอบมากมายอยู่ในสมุนไพร 1 ต้น ซึ่งสารเหล่านี้อาจส่งผลลัพธ์แตกต่างกันไป โดยอาจสร้างผลข้างเคียงของคุณมา หรือน้อย แตกต่างไปเช่นกัน  ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าร่างกาย ณ ตอนนั้นของคุณอยู่ในสภาวะไหน เช่น กระเทียม ช่วยละลายลิ่มเลือด  จึงไม่ควรรับประทานช่วงผ่าตัด เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย  เป็นต้น

 

4. สมุนไพรอาจก่อให้เกิดการแพ้

เหตุผลยอดฮิตที่มักจะได้ยินจากผู้จำหน่ายทั่วไปคือ “ไม่แพ้หรอกค่ะ สกัดจากธรรมชาติ” ซึ่งตรรกะนี้ไม่สามารถใช้ได้ เพราะถ้าหากธรรมชาติไม่ทำให้แพ้ โลกนี้ก็คงไม่มีคนแพ้ถั่ว แพ้กุ้ง แพ้นม ฯลฯ กันหรอก…ดังนั้นก่อนเลือกซื้อแคปซูลสมุนไพรมารับประทาน ควรตรวจสอบเอกสารกำกับให้แน่ใจ เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือซึ่งมีเอกสารทดสอบการแพ้และส่วนประกอบชัดเจน จะทำให้เราสามารถคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นได้

 

5. อย่าทานตลอดชีวิต

แม้ว่าสมุนไพรจะดีต่อร่างกาย แต่เหตุผลในการรับประทานก็หมือนกับอาหารเสริม หรือวิตามินทั่วไป คือไม่ควรรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานาน และไม่ควรยึดถือว่าต้องทานเป็นประจำ ตลอดชีวิต ยกตัวอย่างเช่น ฟ้าทลายโจร ช่วยเรื่องไข้หวัด เมื่อหายป่วยแล้วก็ควรเลิกรับประทาน  ไม่ควรทานต่อเนื่องไปอีก รวมไปจนถึงสมุนไพรทุกชนิด ควรมีการตรวจร่างกายทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการใช้เป็นระยะ เช่น ตรวจการทำงานของตับ ตรวจเอนไซม์ตับ ( AST, ALT) การทำงานของไต (BUN, Cr) ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น

 

6. สมุนไพรรักษาไม่ได้ทุกโรค

ต้องทำความเข้าใจว่าสมุนไพรไม่ใช่ยารักษาโรค ดังนั้นเมื่อป่วยหนักหรือมีอาการฉับพลัน ไม่ควรเลือกสมุนไพรเป็นทางเลือกแรกในการรักษา เช่น มีอาการชัก หน้ามืด อาเจียนฉับพลัน ฯลฯ ก็ควรพบแพทย์แผนปัจจุบันดีกว่า สมุนไพรจะเหมาะกับคุณก็ต่อเมื่อมีโอกาสไปพบแพทย์แผนไทย หรือผู้เชี่ยวชาญ ที่แนะนำให้ดูแลสุขภาพในด้านต่าง ๆ เป็นพิเศษ ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 2-3 เดือน เป็นต้น

 

7. ไม่ควรทานกับยาปฏิชีวนะ

ถ้าคุณพบแพทย์แผนปัจจุบันแล้วได้ยากลับมา ก็ควรรักษาด้วยวิธีการนั้นต่อไปจะดีกว่า หรือหากต้องการหันมาสู่แพทย์ทางเลือก ควรคุยปรึกษากับคุณหมอเจ้าของไข้โดยตรง เพื่อให้คุณหมอส่งตัวไปยังแพทย์แผนไทย ไม่ควรรับยามา แล้วซื้อสมุนไพรกินที่อื่นอีกทาง ลองคิดดูว่าหากคุณความดันสูง ได้ยาลดความดันมา ซึ่งตัวยามีฤทธิ์ที่แรงอยู่แล้ว แล้วคุณก็ยังมาหาสมุนไพรแคปซูลทานอีก ความเข้มข้นของสารสกัดก็ยิ่งทำให้ความดันต่ำลงเข้าไปใหญ่ แทนที่จบคอร์สการรักษาได้โดยง่าย จะกลายเป็นการรบกวนการวินิจฉัยของคุณหมอเปล่า ๆ

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : www.pharmacy.mahidol.ac.th
ภาพประกอบจาก : www.freepik.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น