Health 4 Senior

กวาวเครือ มีประโยชน์อย่างไร พบมากที่ไหน

กวาวเครือ ที่พบในประเทศไทยนั้นมี 4 ชนิด คือ

  1. กวาวเครือขาว (Pueraria mirifica Airy Shaw et Suvatab) เป็นไม้เถา ขึ้นกับต้นไม้ หรือเลื้อยไปบนดิน ก้านใบหนึ่งมี 3 ใบ ใบเล็กกว่าชนิดแดง หัวคล้ายมันแกว การใช้ทำยาให้เลือกหัวแก่ เอามีดปาดดูจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนม เนื้อเปราะมีเส้นมาก
  2. กวาวเครือแดง (Butea superba) เมื่อสะกิดเปลือกหัวจะมียางสีแดงคล้ายเลือดไหลออกมา เมื่อใช้ทำเป็นยา ชนิดแดงแรงกว่าชนิดขาว
  3. กวาวเครือดำ (Mucuna macrocarpa Wall.) ลำต้นและเถาเหมือนกวาวเครือแดง แต่ใบและหัวมีขนาดเล็กกว่า มียางสีดำ ใช้ทำเป็นยามีฤทธิ์แรงมาก ขนาดที่ใช้จึงน้อยมาก
  4. กวาวเครือมอ ทุกส่วน ต้น เถา ใบ หัว เหมือนกับชนิดดำ แต่เนื้อในหัวและยางมีสีมอ ๆ

 

ประโยชน์ของกวาวเครือที่กล่าวไว้

ในตำรายาไทยหลวงอนุสารสุนทรได้กล่าวถึงสรรพคุณต่าง ๆ ดังนี้
  • เป็นยาอายุวัฒนะสำหรับผู้สูงอายุใช้ได้ทั้งหญิงและชาย (คนหนุ่มสาวห้ามรับประทาน)
  • ทำให้กระชุ่มกระชวย
  • ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นกลับเต่งตึงมีน้ำมีนวล
  • ช่วยเสริมอก กระตุ้นเต้านมขยายตัว โดยเฉพาะกวาวเครือขาว
  • ช่วยทำให้เส้นผมที่หงอกกลับดำ และเพิ่มปริมาณเส้นผม
  • แก้โรคตาฟาง ต้อกระจก
  • ทำให้ความจำดี
  • ทำให้มีพลังการเคลื่อนไหวการเดินเหินจะคล่องแคล่ว
  • ช่วยบำรุงโลหิต ช่วยทำให้รับประทานอาหารอร่อย

นอกจากนี้ ในการใช้กวาวเครือขาวเพื่อประโยชน์ทางยานั้น ควรมีการศึกษาข้อมูลอย่างแน่ชัด เพราะจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะกวาวเครือที่กำลังได้รับความนิยม คือ กวาวเครือขาวนั้นมีสารที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนที่พบในเพศหญิง คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) ดังนั้น การใช้ประโยชน์ทางยา จึงไม่ควรใช้ในปริมาณมาก ๆ และติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ เพราะจะส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงได้ คือ ในเพศหญิงจะทำให้เต้านมโตเกินไป เต้านมแข็งเป็นก้อน และทำให้เป็นเนื้องอก หรือมะเร็งที่เต้านมได้ ส่วยเพศชายจะมีเยื่อหุ้มที่อัณฑะหนาตัวขึ้น และนำไปสู่การเป็นมะเร็งที่อัณฑะได้

ส่วนแหล่งที่พบกวาวเครือนั้น ส่วนใหญ่จะพบในป่าเต็งรัง ป่าผลัดใบผสมป่าใบ ป่าเบญจพรรณ ป่าก่อเชิงเขาหินปูน ริมห้วยหรือลำธารที่มีน้ำไหลตามฤดูกาล และมักจะมีหินปูน ทับทราย หรือดินลูกรังผสมอยู่ พบมากในภาคเหนือลงมาจนถึงเทือกเขาตะนาวศรีในภาคตะวันตก และในแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ ทางฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก จากจังหวัดเลยลงมาจนถึงจังหวัดลพบุรี สระบุรี และนครราชสีมา

 

ภาพประกอบจาก: www.honestdocs.co

บทความที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น