Health 4 Senior

เรื่องต้องรู้ หากตั้งเป้าหมายการเกษตร ทำไร่ ทำนา หลังเกษียณ

การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ท่ามกลางท้องทุ่งนา หรือสวนผลไม้ ถือว่าเป็นความฝันอันแสนเรียบง่ายของหลายคน นอกจากจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในบรรยากาศสุดแสนธรรมชาติแล้ว บางรายอาจต่อยอดสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้อีกด้วย ซึ่งหากใครกำลังตัดสินใจแบบนี้ ก็ยังมีสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมอยู่ เพื่อที่จะได้ทั้งทำสิ่งที่ชอบ และใช้ชีวิตอย่างมั่นคง พอเพียง

 

1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคิดเอาไว้ตั้งแต่แรก ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกเส้นทางในบั้นปลายแบบใดก็ตาม เพราะการทำไร่ ทำนา เพื่อพักผ่อน และพอเลี้ยงตัวเอง กับการทำการเกษตรเพื่อหารายได้มีความแตกต่างกัน ซึ่งเกิดจากหลายองค์ประกอบ
  • การเกษตรแบบพอเพียง การทำการเกษตรหลังเกษียณเพื่อความสบายใจ ให้เป็นประโยชน์ โดยไม่ให้ตัวเองอยู่ว่างเท่านั้น ควรคิดถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียง พอเพียงกับกำลังกาย และกำลังทรัพย์ อาจจะค่อย ๆ ลงต้นไม้ที่ชอบทีละเล็กละน้อย ตั้งแต่ก่อนเกษียณ เพื่อที่จะได้โตเต็มที่และเริ่มออกดอกออกผลเมื่อเกษียณแล้วพอดี อาจเป็นผักสวนครัว หรือต้นไม้ต่าง ๆ ในจำนวนที่สามารถดูแลได้ด้วยตนเอง ผลผลิตที่ได้เน้นบริโภคเองเป็นหลัก หรือหากขายก็พอประมาณ คนละระดับกับชาวสวน ชาวนา ตัวจริง ซึ่งการทำแบบนี้สามารถทำได้สบาย ๆ ไม่เคร่งเครียดมากนัก
  • การเกษตรเชิงธุรกิจ เป็นการเพาะปลูกที่มีความจริงจัง เพราะต้องคิดถึงจุดคุ้มทุน กำไร คิดถึงพืชที่จะปลูกว่าตรงกับความต้องการของตลาดหรือไม่ รวมถึงต้องมีการจ้างแรงงานมาช่วยในการทำ ต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดี
.

2. วางรูปแบบสวนเกษตร

การทำการเกษตสามารถทำได้หลากหลายวิธี บางคนอาจชอบพื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ยืนต้น ผลไม้ต่าง ๆ บางคนอาจชอบแบบไร่นาสวนผสม บางคนอาจอยากทำบ่อปลาในสวน และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งความต้องการเหล่านี้ ล้วนต้องอาศัยความต้องการและความรู้ประกอบกัน หากต้องการคำแนะนำ ลองปรึกษาหน่วยงานท้องถิ่น อย่างสำนักงานการเกษตรประจำอำเภอต่าง ๆ จะมีเจ้าหน้าที่ยินดีให้คำแนะนำ ถึงการออกแบบลักษณะสวนเกษตรที่ต้องการ เพื่อสอดคล้องกับแนวคิดและวิถีชีวิตมากที่สุด

 

3. เตรียมที่ดิน

มีความฝัน และแนวคิดเต็มหัว แต่ไม่มีสถานที่…ทุกสิ่งก็คงเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นการเตรียมพื้นที่ทำการเกษตร จึงหมายถึงคุณต้องมีที่ดินในต่างจังหวัด มีทุนทรัพย์ในการจัดซื้อถ้าเกิดว่าไม่มีที่มรดกอะไรมา ที่ดินก็ควรเลือกให้สอดคล้องกับความต้องการ เช่น ฝันว่าอยากทำไร่ชา ควรไปซื้อที่ดินที่ภาคเหนือ, ฝันอยากปลูกข้าว ควรเป็นภาคกลาง หรือภาคอีกสาน, ฝันอยากทำสวนยาง ก็ไปภาคใต้ได้เลย การเลือกทำเลผิด อาจทำให้ฝันของคุณเพี้ยนไปจากที่ตั้งใจ บางคนอาจใช้ความรู้จนสามารถทำได้สำเร็จ แต่ก็จะเสียเวลาลองผิดลองถูกอยู่นานมาก

 

4. ความปลอดภัยของพื้นที่

ความปลอดภัยถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บางคนอาจสนใจพื้นที่ในชนบทเกินไป จนดูทุรกันดารไปหมด น้ำประปามาบ้างหยุดบ้ง โรงพยาบาลอยู่ไกลเกือบร้อยกิโลเมตร…หากที่ดินของคุณเข้าข่ายเหล่านี้ ก็ไม่ควรเลือกซื้อเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย เพราะอาจสร้างความทุกข์ต่อสุขภาพร่างกาย แทนที่จะเป็นความสุขอย่างที่ตั้งใจ พื้นที่ที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ มีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูง ก็ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน ไม่อย่างนั้นนอกจากตัวคุณจะมีโอกาสเดือดร้อน ลูกหลานที่จะไปเยี่ยมก็คงเดือดร้อนด้วยแน่ ๆ

 

5. ศึกษาวิธีการเกษตร

ทุกอย่างต้องใช้ความรู้…แม้ว่าคุณตั้งใจจะแค่ปลูกพืชกินเอง ไม่จำหน่ายก็ตาม หลายคนทำงานนั่งโต๊ะมาทั้งชีวิต ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเกษตรมาก่อน ขอบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และมีความต่างจากการนั่งปลูกต้นไม้ในสวนเล็ก ๆ ของคุณเยอะ  ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มต้นทำไร่ ทำสวนแบบนี้ ต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเกษตร ง่ายที่สุดคือ เข้าไปติดต่อสำนักงานเกษตรประจำพื้นที่ที่คุณอยู่อาศัย จะมีทั้งเจ้าหน้าที่มาคอยให้ความรู้ งานจัดอบรม แนะนำชมรมเกษตรกรด้านต่าง ๆ ละเอียดตั้งแต่การปรับพื้นที่ดิน, คุณภาพดิน, การเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับสภาพพื้นที่,ปุ๋ยบำรุงต้นไม้ และการกำจัดแมลง รวมถึงการดูแลต่าง ๆ เลยทีเดียว

สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่คนอยากทำไร่ ทำนา ใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างสมถะ ต้องเรียนรู้ เพื่อที่จะได้ทำความฝันอย่างราบรื่น โดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อส่วนอื่น ๆ ที่เหลือ ไม่สร้างความกังวลให้ลูกหลานมากจนเกินไป  และทำให้มีความสุขท่ามกลางธรรมชาติอย่างที่ต้องการ

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
ภาพประกอบจาก : www.pixabay.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น