Health 4 Senior
Image default

เทรนด์ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ…เป็นยังไงกันนะ

ถ้าพูดถึงการท่องเที่ยวแล้ว คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นกิจกรรมที่ปล่อยคาร์บอนสูงถึงร้อยละ 5 ของการปล่อยคาร์บอนในทุกอุตสาหกรรมเลยทีเดียว ลองคิดดูว่ากว่าจะออกจากบ้าน ขับรถยนต์ส่วนตัวไปยังจุดหมาย ทั้งหมดนี้ต้องใช้พลังงานไปเท่าไร และปัจจุบันนี้มีงานวิจัยรองรับว่าก๊าซในตระกูลคาร์บอน ซึ่งอยู่ในชั้นบรรยากาศนี้เอง ที่เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะเรือนกระจก ทำให้โลกร้อน ดังนั้นแนวคิดในการลดคาร์บอน จึงถูกนำมาปรับใช้กับการปลูกจิตสำนึกการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำด้วย

 

รู้จักเทรนด์ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

คอนเซ็ปต์การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low carbon) คือ การทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบาย มีความสุขและความสนุกสนานอย่างเต็มที่ ภายใต้การปลดปล่อยก๊าซในกลุ่มคาร์บอนน้อยลง ตั้งแต่การเดินทาง ลดการใช้พลังงาน ลดการใช้เชื้อเพลิงคาร์บอน หันมาเดิน วิ่ง ปั่นจักรยานหรือพายเรือ เพื่อสัมผัสชีวิตชุมชนที่ได้ไปเยี่ยมเยียน เปิดโอกาสให้ชีวิตได้ศึกษาหาความรู้จากธรรมชาติและใช้ชีวิตให้ช้าลง กินอยู่เรียบง่าย ใช้บริการขนส่งสาธารณะ ควบคู่ไประหว่างเดินทาง เพื่อไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆโดยพึ่งพาพลังงานน้อยที่สุด การเลือกพักในโรงแรมที่มีการดำเนินกิจกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

 

หลงใหลในความเรียบง่าย ของการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

1. ออกไปเรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่าง

ไปใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา สัมผัสวิถีชีวิตศิลปวัฒนธรรม พูดคุยกับคนท้องถิ่น มิตรภาพเป็นเรื่องดี รอยยิ้มก็เป็นเรื่องดี ได้ทั้งมิตรภาพ ความรู้ ความเข้าใจในท้องถิ่นนั้น ๆ ความอิ่มเอมที่เกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนแบ่งปัน เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบที่สร้างความสุขให้แก่ชีวิต   

2. ท่องเที่ยวอย่างไม่เร่งรีบ

เที่ยวแบบ Slow life ทำให้มีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้ ละเลียดไปกับคุณค่าของวิถีชีวิตของชุมชนอย่างใกล้ชิด ผู้คนอยู่กันเรียบง่าย นักท่องเที่ยวไม่เยอะ นอกจากเลือกเที่ยวสถานที่เหมาะสม ลองวางแผนเดินทางแบบหลายคนดู แทนที่จะเช่ารถจักรยานยนต์คนละคัน ก็เปลี่ยนมาลองนั่งรถรางคันเดียว หรือให้ดีก็ชักชวนกันปั่นจักรยานทั้งแก๊ง ได้ทั้งออกกำลังกาย และลดมลภาวะ

3. พักโรงแรมสีเขียว

เข้าพักรีสอร์ทซึ่งเอาใจใส่กับสิ่งแวดล้อม มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ดี มีการจัดการภายในที่ดี ลดการใช้ไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น ใช้พลังงานทดแทนอื่น ๆ  กิจกรรมที่ทำเน้นคำว่าสร้างสรรค์ ใช้ชีวิตยามค่ำคืนด้วยการหันมานั่งชมดาว จากที่เคยนอนเปิดแอร์เย็นยะเยือกก็ปรับให้เหมาะสม 25 องศากำลังดี ทั้งหมดนั้นคือการลดคาร์บอน

4. ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง

จากเคยกินแบบสำเร็จรูป ผ่านกระบวนการแปรรูปมากมาย ใช้พลังงานในอุตสาหกรรมการผลิตที่สูง ก็มาทานร้านอาหารซึ่งใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น กินปลาที่จับด้วยเรือประมง ผักปลอดสารพิษ รวมทั้งช่วยสนับสนุนสินค้าชาวบ้าน

 

10 ข้อควรรู้ก่อนท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

1. หยิบแต่ของจำเป็นใส่กระเป๋า : น้ำหนักที่เบาลงจะช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการเดินทาง ถือเป็นการประหยัดเชื้อเพลิงให้กับยานพาหนะ

2. ใช้น้ำอย่างประหยัด : ไม่เปิดก็อกน้ำทิ้งไว้ขณะฟอกสบู่ หรือแปรงฟัน พยายามเลี่ยงการอาบน้ำโดยการแช่ในอ่างขนาดใหญ่เกินไป อาบแค่สะอาดก็พอ

3. หลีกเลี่ยงการซักผ้ารายชิ้น : ซึ่งเป็นการเปลืองน้ำและพลังงาน อีกทั้งถ้าค้างไม่กี่คืน ก็ไม่ควรขอเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวกับผ้าปูที่นอนทุกวัน

4. ช่วยกันลดปริมาณขยะ : ด้วยการ Reduce reuse recycle ส่งคืนโบรชัวร์แผ่นพับเมื่อดูเสร็จ เป็นการลดกระดาษ ใช้ขวดน้ำดื่มแบบเติมได้ ใช้ถุงย่ามในการซื้อของ เป็นต้น

5. ดูแลที่พักดุจดูแลบ้านตัวเอง : ช่วยกันประหยัดพลังงาน ปิดไฟ ปิดแอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งก่อนออกจากห้อง

6. แขวนป้ายงดทำความสะอาดห้องพัก : ทำความสะอาดเท่าที่จำเป็น ประหยัดพลังงาน ประหยัดอุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อลดการใช้เคมีภัณฑ์สำหรับทำควาสะอาดห้อง

7. ใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ : เพราะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังประหยัดเงิน

8. เคารพสถานที่ท่องเที่ยว : ให้ถือคติเก็บไปแต่ภาพถ่าย และเหลือทิ้งไว้เพียงรอยเท้า ไม่เดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด และไม่ฉกฉวยอะไรกลับไป

9. ใส่ใจในการซื้อของที่ระลึก : ทุกครั้งก่อนซื้อของที่ระลึก ควรสอบถามว่าทำมาจากอะไร เพราะบางอย่างอาจทำมาจากสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ หรือไม้ที่ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง

10. อุดหนุนร้านค้าท้องถิ่น : งานฝีมือที่ทำขึ้นจากคนในท้องถิ่น เป็นการช่วยให้รายได้หมุนเวียนในชุมชน

 

สุดท้ายนี้ การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ…ไม่ใช่การเที่ยวแบบต้องประหยัด หรือตระหนี่จนลดทอนความสุข แต่เป็นแบ่งปันความสุขของเรา ให้กลับคืนแก่ธรรมชาติ เพิ่มความใส่ใจในการสร้างความทรงจำ กับสิ่งที่คุณอาจมองว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่บางที สิ่งนั้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ก็ได้ เมื่อร่วมมือกันทำ สิ่งที่ทุกคนจะได้กลับไปก็คือโลกที่งดงาม และคงอยู่เพื่อลูกหลานได้มาท่องเที่ยวสืบไปนั่นเอง

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
ภาพประกอบจาก : www.freepik.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น