Health 4 Senior

เที่ยวฝรั่งเศสแดนน้ำหอม เยือนปารีสเมืองสุดโรแมนติก

เรามักคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส ที่มาพร้อมกับความหรูหรา ศิวิไล ความสวยงามของสิ่งก่อสร้างตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรือง และมีอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์โลกมาช้านาน เชื่อว่าที่นี่คงเป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายของใครหลาย ๆ คน ดังนั้น หากคุณมีความฝันสุดโรแมนติกว่าอยากมาเยือนดินแดนแห่งนี้ซักครั้ง ก็อย่ามัวลังเล ศึกษาเส้นทางกับสถานที่ท่องเที่ยวซักนิดแล้วออกเดินทางกันเลย

 

ดินแดนสุดโรแมนติก

ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องศิลปะและวัฒนธรรมมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระบอบการปกครองโดยกษัตริย์ สิ่งปลูกสร้าง เครื่องแต่งกาย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นแบบของนวนิยายและนิทานเจ้าหญิงเจ้าชาย หลากหลายเรื่องที่เราได้เห็นในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังมีสินค้าเด่น นั่นก็คือ น้ำหอม ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลกก็ว่าได้ เรียกว่าเป็นประเทศที่มีความงดงามตั้งแต่รากเหง้าทางวัฒนธรรมไปจนถึงสภาพสังคม มีความโรแมนติกในหลาย ๆ ด้าน และเป็นตัวเลือกหลัก ๆ สำหรับคู่รักนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว

 

เตรียมตัวก่อนไปฝรั่งเศส

การเดินทางสู่ประเทศฝรั่งเศสทำได้ด้วยการขอวีซ่าเชงเก้น (Shengen visa) แบบหลายประเทศ (Multiple) สำหรับประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปได้เลย ซึ่งแนะนำว่าควรจะยื่นขอเป็นระยะเวลาล่วงหน้าประมาณ 2-3 เดือนก่อนเดินทาง โดยสามารถยื่นขอผ่านทางบริษัท TLScontact ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนจากทาง สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย fr.tlscontact.com ระหว่างวันจันทร์-ศุกร์  ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. หรือโทร.02-838-6688 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

การเดินทางไปฝรั่งเศส

สำหรับการเดินทางโดยเครื่องบินนั้น มีหลากหลายจุดหมายในฝรั่งเศสให้เลือก แต่ที่นิยมมากที่สุดคงเป็นปารีส (Paris) ซึ่งสามารถบินตรงจากประเทศไทยได้โดยไม่ต้องต่อเครื่อง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 – 17 ชั่วโมง แล้วแต่สายการบิน ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน อาทิ การบินไทย, Air France, Lufthansa และCathay Pacific เป็นต้น

 

สถานที่ท่องเที่ยวในฝรั่งเศส

หอไอเฟล (Eiffel tower) ถ้ามาประเทศฝรั่งเศสแล้วไม่มาเยือนหอไอเฟล คงพูดได้ไม่เต็มปากว่าทริปการท่องเที่ยวของคุณครบถ้วนสมบูรณ์ หอคอยแห่งนี้สร้างจากเหล็ก ตั้งอยู่ ณ ช็องเดอมาร์ บริเวณแม่น้ำแซน ใช้ชื่อตาม กุสตาฟ ไอเฟล สถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอคอยนี้เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ. 1889 เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และความสวยทางศิลปะสถาปัตยกรรม จนสร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งต่อมาหอไอเฟลก็กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีส และประเทศฝรั่งเศส

มหาวิหารน็อทร์-ดาม (Cathédrale Notre dame de Paris) คำว่า ‘Notre dame’ แปลว่า ‘แม่พระ’ สื่อถึง ‘พระแม่มารี’ เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิกฝรั่งเศส ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดย เออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส ความโดดเด่นนอกจากลักษณะภายนอกโบสถ์ที่สวยงามสง่าแล้ว ภายในยังประดับประดาด้วยกระจกสีมากมายซึ่งได้อิทธิพลจากศิลปะแบบแนทเชอราลลิสม์

มหาวิหารซาเคร-เกอร์ (Basilique du Sacré-cœur de Montmartre) สถาปัตยกรรมแบบโรมัน-ไบเซนไทน์สุดโดดเด่น ตั้งอยู่บนยอดเขามงมาทร์ซึ่งสูงที่สุดของกรุงปารีส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระหฤทัยของพระเยซู สถาปนิกเจ้าของโครงการคือ โปล อะบาดี ในปี ค.ศ.1875 ด้านบนประดับรูปสำริดของนักบุญแห่งฝรั่งเศส คือ นักบุญโยนออฟอาร์คและนักบุญพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ตัวโบสต์ก่อจากหินปูนประเภททราเวอร์ทีน ซึ่งมีเหมืองที่เมือง ชาโต้-ลองดง มีคุณสมบัติพิเศษในการคายแคลเซียมออกมาเป็นระยะทำให้คงความขาวของสิ่งปลูกสร้างได้อย่างยาวนาน

ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de triomphe) เป็นอนุสรณ์สถานสร้างขึ้นเพื่อสดุดีวีรชนทหารที่ได้ร่วมรบเพื่อฝรั่งเศสในสงคราม นโปเลียน เมื่อ ค.ศ.1806 โดยสถาปนิก คือ ฌ็อง ชาลแกร็ง ต่อมาจึงแล้วเสร็จภายใต้การดูแลของ หลุยส์-เอเตียน เอรีการ์ เดอ ตูว์รี ค.ศ.1836 ประตูชัยเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติ ออกแบบโดยศิลปะนีโอคลาสสิก ดัดแปลงมาจากสถาปัตยกรรมโรมันโบราณ

พระราชวังแวร์ซาย (Château de Versailles) นับเป็นมรดกอันยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก เดิมพื้นที่นี้เป็นที่ตั้งกระท่อมล่าสัตว์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แต่ต่อมาเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ขึ้นครองราชย์ก็ทรงมีพระประสงค์ก่อสร้างพระราชวังใหม่ โดยการปรับปรุงพื้นที่เดิมจนกลายเป็นพระราชวังแวร์ซาย และยังใช้เงินภาษีจากประชาชนไปทั้งสิ้นกว่า 500,000,000 ฟรังซ์ นอกจากนี้แล้วยังมีเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมากมาย พระราชวังสร้างจากหินอ่อนเป็นส่วนใหญ่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแบบบาโรกผสมผสานกับความเป็นนีโอคลาสสิกที่หรูหราตระการตา ประกอบด้วยห้องกว่า 700 ห้อง เป็นผลงานก่อสร้างที่ทรงคุณค่าทางศิลปะอย่างแท้จริง

 

เพียงแค่ส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศฝรั่งเศส ก็สามารถเล่าเรื่องราวศิลปะและวัฒนธรรมของที่นี่โดยคร่าว ๆ ได้แล้ว ทว่าความสวยงามของดินแดนแห่งนี้ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น นอกจากปราสาทราชวังอันสุดแสนโรแมนติกแล้วฝรั่งเศสยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ชวนให้ออกไปค้นหา เป็นส่วนผสมอันแสนลงตัวระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่ ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ควรจะไปเปิดประสบการณ์และสัมผัสด้วยตนเอง

 

เรียบเรียงโดย: กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา: www.lonelyplanet.com, th.wikipedia.org, www.telegraph.co.uk, th.ambafrance.org
ภาพประกอบจาก: www.freepik.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น