Health 4 Senior
Image default

เที่ยวออสเตรีย ดื่มด่ำความสุนทรีย์ของศิลปะและดนตรีสุดคลาสสิค

หากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคุณยังไม่เคยท่องเที่ยวเพื่อแสวงหาความสุนทรีย์ของศิลปะและดนตรีเลยซักครั้ง ประเทศออสเตรีย คืออีกสถานที่สุดแสนโรแมนติกราวกับในเทพนิยายที่อยู่ท่ามกลางทวีปยุโรป ความโดดเด่นของที่นี่คงเป็นมนต์เสน่ห์และความคลาสสิกของโลกโบราณ ความเฟื่องฟูของศิลปะแขนงต่าง ๆ โดยเฉพาะดนตรี ที่นี่คือสถานที่ที่นักดนตรีระดับโลกอย่าง โมซาร์ท, บีโทเฟน และ ชเสตราสส์ สร้างชื่อเสียง…ไม่ว่าอย่างไรก็ควรมาเยือนซักครั้งในชีวิต

 

ดินแดนแห่งขุนเขา

เนื่องจากภูมิประเทศของออสเตรียนั้นมีแต่ภูเขาและเนินเขา เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่บนภูเขาเป็นหลัก และยังมีกีฬาหน้าหนาวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาทุกปี อีกจุดเด่นของธรรมชาติที่สวยงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือทะเลสาบ ซึ่งส่งเสริมให้ภาพลักษณ์โดยรวมได้บรรยากาศเหมือนในนิทานเป็นอย่างมาก เมื่อรวมเข้ากับความงดงามของปราสาท ศิลปะของออสเตรียที่เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบ Baroque และ Rococo ด้วยแล้ว จึงกล่าวได้เลยว่านี่คือโลกแห่งเทพนิยายที่มีตัวตนอย่างแท้จริง

 

เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวออสเตรีย

การขอวีซ่าประเทศออสเตรียนั้นใช้บริการเอเจนซี่เป็นหลัก ผ่านทาง www.vfsglobal.com ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศออสเตรีย ติดต่อที่ โทร.02-118-7100 วันจันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดประจำปี เวลา 08.30 น.-16.30 น. โดยค่าธรรมเนียมของวีซ่าท่องเที่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 3,550 บาท สามารถยื่นขอวีซ่าแบบออนไลน์ได้ด้วย

 

การเดินทางไปออสเตรีย

จุดหมายปลายทางที่นิยมที่สุดในการเดินทางสู่ออสเตรียคือเมืองหลวง กรุงเวียนนา (Vienna) โดยเครื่องบิน มีเที่ยวบินบินตรงจากประเทศไทยทันที โดยใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 10-15 ชั่วโมง โดยสายการบินที่ให้บริการอย่างรวดเร็วที่สุดก็คือสายการบินประจำชาติ Austrian airline ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง

 

สถานที่ท่องเที่ยวในออสเตรีย

พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn palace) เป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค (House of Habsburg) ซึ่งถือว่าเป็นราชวงศ์ที่เก่าแก่และมีความสำคัญมากในทวีปยุโรป ปกครองประเทศสเปนและประเทศออสเตรีย โดยผู้ต้นคิดเรื่องการก่อสร้างพระราชวังคือจักรพรรดิมักซีมีเลียนที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ชื่อพระราชวังเชินบุรนน์ แปลว่า น้ำพุอันสวยงาม มาจากบ่อน้ำบาดาลที่ผุดขึ้นมาบริเวณนั้น สถาปัตยกรรมของพระราชวังแห่งนี้เป็นแบบบาโรก ภายหลังจักรพรรดิฟรันซ์ที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตกแต่งภายในใหม่แบบนีโอคลาสสิค เป็นที่พำนักของบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มามาย อาทิ จักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย, พระนาง มารี อ็องตัวแน็ต พระราชินีแห่งฝรั่งเศส และ จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศส เป็นต้น

พระราชวังฮอฟบวร์ค (Hofburg palace) เป็นพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค อีกทั้งยังเป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง ชื่อพระราชวังฮอฟบวร์ค แปลว่า พระราชฐาน  สร้างขึ้นในยุคกลาง ช่วงการปกครองโดยโบฮีเมีย ศตวรรษที่ 13 เพื่อเป็นที่พำนักของดยุคแห่งออสเตรีย ขณะนั้นที่มีอำนาจมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งกลายเป็นราชวงศ์ฮาพส์บวร์คแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันเป็นที่พำนักและทำเนียบของประธานาธิบดีออสเตรีย พระราชวังแห่งนี้เป็นเสมือนหนึ่งศูนย์รวมอำนาจการปกครองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปและประวัติศาสตร์ออสเตรีย ความโดดเด่นของพระราชวังสีขาวงดงามแห่งนี้ นอกจากจะเป็นในเรื่องของศิลปะและประวัติศาสตร์อันยาวนานแล้ว ยังมีรูปปั้นสัตว์ในเทพนิยายต่าง ๆ อยู่รอบบริเวณอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches museum หรือ Museum of art history) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1872 ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ชั่นนำของโลกที่เน้นงานวิจิตรศิลป์และมัณฑนศิลป์ แม้แต่ตัวพิพิธภัณฑ์เองยังมีประวัติความเป็นมาด้วย เมื่อครั้งทำพิธีเปิดโดยสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมพิพิธภัณฑ์คู่ที่หันหน้าเข้าหากันระหว่างจัตุรัสมาเรียเทเรซา ตัวโดมแปดเหลี่ยมแบบที่เรียกว่าฮ็อคตาโกนอลโดม (Octagonal dome) สูงที่สุดถึง 60 เมตร ทำจากหินทราย ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนประดับปูนหรูหรา รวมถึงแผ่นทองคำด้วย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีภาพผลงานเขียนระดับโลกอย่าง Adoration of the Trinity,  Madonna del Prato, The Tower of Babel และ Infanta Margarita Teresa in a Blue Dress เป็นต้น

ชเตฟันสโดม (Stephansdom) หรือมหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephen’s cathedral) เป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิกในอัครมุขมณฑลเวียนนา ก่อสร้างในช่วง ค.ศ.1160 โดยสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์และโกธิค เอกลักษณ์สำคัญของโบสถ์แห่งนี้นอกจากจะเป็นสถาปัตกรรมหินปูนอันงดงาม สูงโดดเด่น บริเวณหลังคาโบสถ์ซึ่งทำจากกระเบื้องหลากสี พร้อมกับหอระฆังที่ประกอบด้วยระฆังถึง 23 ใบ

โรงอุปรากรแห่งชาติเวียนนา (Vienna State Opera) มาถึงประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องดนตรีคลาสสิคคงพลาดสถานที่นี้ไปไม่ได้ โรงอุปรากรแห่งนี้เปิดให้บริการเมื่อ ค.ศ.1869 และเคยเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีความพยายามในการบูรณะจนกระทั่งสามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ในปัจจุบัน  นักดนตรีคลาสสิคสุดยิ่งใหญ่อย่างบีโทเฟนและโมซาร์ทก็เคยแสดงที่นี่มาแล้ว ทุกวันนี้จะมีการแสดงจาก เวียนนา ฟิลฮาร์โมนิก ออร์เคสตรา ที่เป็นวงดนตรีระดับโลกอีกด้วย

 

เพียงเท่านี้ก็เชื่อว่าคอศิลปะคงสนใจไม่น้อย ที่จริงแล้วยังมีความคลาสสิคซึ่งเป็นตัวตนของออสเตรียซุกซ่อนอยู่อีกมากมายซึ่งรอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัส นอกจากความสวยงามนี้ หลายคนคงไม่แปลกใจว่าประเทศออสเตรียขึ้นชื่อในลำดับต้น ๆ การเป็นเมืองท่องเที่ยวในฝันของคนทั่วโลกเลยก็ว่าได้ หากใครมีโอกาส ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : www.th.wikipedia.org, www.lonelyplanet.com
ภาพประกอบจาก : www.pixabay.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น