Health 4 Senior

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ที่ต้องไปซักครั้งในชีวิต

ถ้าพูดถึงสิ่งก่อสร้างอันเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกันดีว่ามีอะไรบ้าง แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาทาง New 7 Wonder ได้เริ่มแคมเปญคัดเลือก 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ให้คนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการโหวตมรดกโลกที่น่าสนใจ เพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่ความนิยมของผู้คนแต่ละยุคสมัยมากขึ้น ดังนั้นเราจึงได้ผลการโหวตจากประชากรโลกกว่า 100 ล้านคน ที่แสดงให้เห็นว่าในยุคนี้สถานที่ใดที่คุณควรไปกันมากที่สุด ซักครั้งหนึ่งในชีวิต
 

1. ทัชมาฮาล, อินเดีย (Taj Mahal, India)

สุสานหินอ่อนสีขาวที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ซึ่งงดงามที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำยมุนา เมืองอัครา ประเทศอินเดีย ในรัชสมัยของพระเจ้าชาห์ชะฮันแห่งจักวรรดิโมกุล เพื่ออุทิศให้แก่พระมเหสีที่รักยิ่ง พระนางมุมตาซ มหัล หลังจากพระนางสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1631 จากการให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 ทำให้พระเจ้าชาห์ชะฮันโศกเศร้าเป็นอย่างมาก จึงทรงสร้างสุสานแห่งนี้ในปี ค.ศ. 1632 แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1643 โดยใช้หินอ่อนสีขาว ศิลาแลง เพชร พลอย หินโมรา ทรงเสียราชสมบัติส่วนใหญ่ในการสร้าง นายช่างที่ออกแบบชื่อ อุสตาด ไอซา ถูกประหารชีวิตเพื่อมิให้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมใดที่สวยกว่าได้ ทัชมาฮาลได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกจาก Unesco ในปี ค.ศ. 1983 อีกทั้งได้รับการยกย่องให้เป็น “อัญมณีแห่งศิลปะมุสลิมในอินเดีย” อีกด้วย
 

2. เปตรา, จอร์แดน (Petra, Jordan)

นครสีกุหลาบแห่งนี้สร้างขึ้นจากงานหินแกะสลักทั้งหมด เป็นสถาปัตยกรรมโบราณที่ตั้งอยู่ในหุบเขาวาดีมูซาหรือหุบเขาโมเสส เปตราเป็นผลงานของชาวนาบาเทียน (Nabataeans) ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อนในทะเลทรายอาหรับ ช่วงศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล แม้ดูภายนอกจะเกิดความสงสัยว่าทำไมถึงมีสิ่งก่อสร้างในสถานที่แห้งแล้งแบบนี้ แต่ความจริงแล้วในอดีต เปตราตั้งอยู่เส้นทางการค้าสำคัญที่สุดของโลก คือ ระหว่างทะเลเดดซีกับอ่าวอะกาบาในประเทศจอร์แดน นอกจากนั้นเมืองนี้ยังมีแหล่งน้ำจืดอีกด้วย เปตราได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกจาก Unesco ในปี ค.ศ. 1985 และได้รับการยกย่องให้เป็น “หนึ่งในสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดของมรดกทางวัฒนธรรมแห่งมวลมนุษยชาติ”
 

3. พระเยซูผู้ไถ่บาป, บราซิล (Christ the Redeemer, Brazil)

รูปปั้นพระเยซูผู้ไถ่บาป หรือ กริชตูเรเดงโตร์ (O Cristo Redentor) ในภาษาโปรตุเกส เป็นประติมากรรมสุดอลังการที่ตั้งอยู่บนยอดเขายอดเขากอร์โกวาดู กรุงรีโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล ความสูง 38 เมตร เป็นผลงานออกแบบของ ปอล ลันดอฟสกี ประติมากรชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโปแลนด์ และ เอโตร์ ดา ซิลวา กอชตา วิศวกรชาวบราซิลดำเนินการสร้าง โดยใช้เวลาในการสร้าง 5 ปี ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1931 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของศาสนคริสต์ที่มีอิทธิพลในอีกมุมหนึ่งของโลกและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวคริสต์ในประเทศบราซิล
 

4. กำแพงเมืองจีน, จีน (Great Wall of China, China)

กำแพงเมืองจีนคือสิ่งก่อสร้างด้วยน้ำมือมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในสมัยราชวงศโจว เพื่อป้องกันการรุกรานจากชาวฮั่นและพวกเติร์ก ในอดีตเมื่อประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกสร้างในสมัยราชวงศ์ฉิน แต่ภายหลังก็มีเผ่าเร่ร่อนจากมองโกเลียและแมนจูเรียสามารถบุกฝ่ากำแพงเมืองจีนได้สำเร็จ ผลการสำรวจทางโบราณคดีพบว่ากำแพงเมืองจีนมีความยาวร่วมกว่า 21,196 กิโลเมตร (รวมทั้งส่วนต่อเติมทั้งหมด) ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีความยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก
 

5. ชีเชนอิตซา, เม็กซิโก (Chichén Itzá, Mexico)

ความโดดเด่นของชีเซนอิตซาอยู่ที่ศูนย์กลางซึ่งเป็นพีระมิดขั้นบันไดอันเป็นวัฒนธรรมในแบบของเมโสอเมริกัน กลุ่มชนที่เรารู้จักกันในชื่อ ชาวมายา ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนยุคโคลัมเบียนมายา เมื่อศตวรรษที่ 9 – 12 เพื่อเป็นวิหารบูชาเทพเจ้าแอซเท็กผู้กระหายเลือด  แน่นอนว่าวิหารแห่งนี้เคยมีการใช้มนูษย์บูชายันอีกด้วย  โดยปราสาทกลางเป็นพีระมิดสูงทำพิธีสังเวยด้วยการใช้เด็กสาวโยนลงไปถวายเทพเจ้า แม้ในเรื่องของความเชื่อ ชาวมายาจะดูศรัทธาในเทพเจ้าแบบสุดโต่งเป็นอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันวิทยาการของพวกเขาก็ไม่ได้น้อยหน้าเลย มีการพัฒนาความรู้ด้านดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ อีกหนึ่งไฮไลท์คือวิหารแห่งนี้ทำมุมกับแสงและเงาของดวงอาทิตย์ตอนบ่าย จะเห็นภาพคล้ายรูปปั้นงูเลื้อยลงมาจากพีระมิดพอดิบพอดี
 

6. มาชูปิกชู, เปรู (Machu Picchu, Peru)

สถานที่แห่งนี้มีอีกชื่อว่า เมืองสาบสูญแห่งอินคา เป็นหนึ่งในมรดกแห่งอารยธรรมอินคาที่หลงเหลือบนโลก ตั้งอยู่ บนยอดของทิวเขามาชูปิกชู ที่ระดับ 2,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล คาดว่าสร้างประมาณช่วงศตวรรษที่ 15 โดยจักรพรรดิปาชากูตี และถูกปล่อยทิ้งไว้นับร้อยปี เนื่องจากชาวสเปนได้เข้ามาล่าอาณานิคมฆ่าชาวเปรูและชาวอินคา แต่ ไฮแรม บิงแฮม ค้นพบเมืองร้างแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ. 1911 ซึ่งเป็นข่าวไปทั่วโลก นักโบราณคดีเชื่อว่ามาชูปิกชูสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักของจักรพรรดิ โดยสร้างด้วยศิลปะแบบอินคาดั้งเดิม มาชูปิกชูได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกจาก Unesco ในปี ค.ศ. 1983 เป็นศูนย์กลางที่มีความสำคัญยิ่งทางโบราณคดีของอเมริกาใต้
 

7. โคลอสเซียม, อิตาลี (Colosseum, Italy)

ถ้าใครชื่นชอบการดูภาพยนตร์แนวประวัติศาสตร์ในยุคโรมัน ต้องคุ้นตากับสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่าโคลอสเซียมแน่นอน โคลอสเซียมคือสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ประเทศอิตาลี เริ่มสร้างในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมันและสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1สร้างจากอิฐและหินทราย เป็นรูปทรงวงรีที่ทำให้ผู้ชมสามารถมองเห็นได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งยังเป็นต้นแบบของสนามกีฬาในยุคปัจจุบัน ถ้าพูดถึงมรดกที่หลงเหลือจากอารยธรรมของชาวโรมัน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะนึกถึงสิ่งก่อสร้างนี้กันแน่นอน ดังนั้นโคลอสเซียมจึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งการคงอยู่และเกรียงไกรของจักวรรดิโรมันอย่างแท้จริง

 

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการ
แหล่งที่มา : world.new7wonders.com
ภาพประกอบจาก : www.freeimages.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น