Health 4 Senior

ว่าด้วยเรื่อง เชื้อโรค (Pathogen)

ว่าด้วยเรื่อง เชื้อโรค  (Pathogen หรือ Infectious agent) โดยทั่วไปหมายถึง สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมาก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Microorganism) เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก่อให้ความเจ็บป่วยต่าง ๆ หรือเกิดโรคขึ้น  

 

การแบ่งกลุ่มเชื้อโรค

เชื้อโรคมีอยู่มากมายเป็นหมื่น ๆ ชนิด สามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 6 กลุ่ม คือ

แบคทีเรีย (Bacteria)
เป็นเชื้อโรคขนาดเล็ก มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น สามารถแบ่งได้หลายประเภท เช่น แบ่งตามผนังเซลล์ แบ่งตามลักษณะรูปร่าง เป็น รูปร่างกลม (Cocci) รูปร่างแท่ง (Bacilli) รูปร่างเกลียว (Spirochetes) หรือแบ่งตามความต้องการและมีต้องการใช้ Oxygen เป็นต้น
ทั้งนี้พบว่ามีแบคทีเรียมากมายหลายชนิด ที่ไม่ก่อโรคในสิ่งแวดล้อม และหลายชนิดก็อาศัยอยู่ในบางส่วนของร่างกาย เช่น ผิวหนัง ทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร โดยไม่ก่อโรค

การติดเชื้อแบคทีเรีย มักจะทำให้เกิด หนอง ฝี ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ฝี พุพอง แผลเป็นหนอง หูน้ำหนวก กุ้งยิง ต่อมทอนซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ (ปอดบวม) วัณโรค ไข้รากสาดน้อย (ไทฟอยด์) ฝีในสมอง ไอกรน คอตีบ บาดทะยัก กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ บิดชิเกลลา (บิดไม่มีตัว) อหิวาต์ หนองใน ซิฟิลิส เป็นต้น ทั้งนี้โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสามารถรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)

แนะนำอ่าน : ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ไวรัส (Virus)
เป็นเชื้อโรคขนาดเล็กกว่าแบคทีเรีย ไม่สามารถมองเห็นได้จากการดูผ่านกล้องจุลทรรศน์ธรรมดา ต้องดูด้วยกล้องจุลทรรศอิเลคตรอน ซึ่งมีกำลังขยายตั้งแต่ 5,000 เท่าขึ้นไป เซลล์ของไวรัสจะต่างจากเซลล์ของสิ่งมีชีวิตประเภทอื่น โดยเป็น DNA RNA ที่มีปลอกหุ้ม และไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง ต้องอาศัยสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นอยู่
โดยเมื่ออยู่นอกเซลล์ ไวรัสจะไม่มีการแบ่งตัว ไม่มีการเคลื่อนไหวแต่เมื่ออยู่ภายในเซลล์ เช่น เซลล์ของมนุษย์ ไวรัสจะสามารถแบ่งตัว ขยายจำนวน จนรบกวนหรือทำลายการทำงานของเซลล์ที่มีเชื้อไวรัสอยู่ เมื่อเซลล์นั้นตาย ไวรัสจะเคลื่อนเข้าสู่เซลล์ข้างเคียงต่อ ๆ ไป เมื่อเซลล์ถูกทำลายเป็นจำนวนมาก จะก่อให้เกิดอาการของโรคต่างๆ ได้ เช่น ไวรัสโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) ทำลายเซลล์ประสาท ทำให้เกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ หมดสติ และเสียชีวิต

โรคจากเชื้อไวรัสที่พบบ่อย เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คางทูม อีสุกอีใส หัด หัดเยอรมัน ไข้เลือดออก ตับอักเสบ (ไวรัสลงตับหรือดีซ่าน) โปลิโอ สมองอักเสบ โรคพิษสุนัขบ้า (โรคกลัวน้ำ) เริม งูสวัด หูด หงอนไก่ รวมทั้งโรคเอดส์ โรคที่เกิดจากไวรัส ยังไม่มียาที่ใช้รักษาโดยเฉพาะ รวมทั้งยาปฏิชีวนะก็ใช้ไม่ได้ผล (มิหนำซ้ำกลับมีโทษถ้าใช้ผิด ๆ) การรักษา เพียงแต่ให้ยาแก้ตามอาการ รอให้ร่างกายฟื้นตัวได้เอง แต่ถ้าร่างกายอ่อนแอก็อาจมีโรคแทรกซ้อน พิการหรือตายได้

แนะนำอ่าน : ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

เชื้อรา (Fungus) ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ โดยมีทั้งที่ให้คุณและที่ให้โทษต่อมนุษย์ ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ สำหรับเชื้อราที่ก่อโรคในมนุษย์ได้นั้นมีอยู่ประมาณ 175 สายพันธุ์ ในจำนวนนี้เป็นชนิดที่ก่อโรคขึ้นต่ออวัยวะภายในโดยตรงเสีย 20 สายพันธุ์ ส่วนที่เหลือเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคขึ้นที่ผิวหนัง โรคเชื้อรา (mycosis) จะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเท่านั้น โรคไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดาย ดังเช่นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
แต่ถ้าโรคเกิดขึ้นแล้วก็จะเป็นปัญหาตามมาภายหลังอีกมาก เช่น ความเรื้อรังและอาการรุนแรงของโรค หรือการรักษาซึ่งค่อนข้างจะยุ่งยากซับซ้อน โรคจากเชื้อราที่พบบ่อย ได้แก่ โรคเชื้อราที่ผิวหนัง (กลาก เกลื้อน ฮ่องกงฟุต ลิ้นเป็นฝ้าขาว) หรือตกขาว แต่บางชนิดอาจเข้าไปทำให้มีการอักเสบในปอดหรือสมอง เป็นอันตรายถึงตายได้ ในปัจจุบันมียาที่ใช้ฆ่าเชื้อราโดยเฉพาะ

เชื้อริกเกตเซีย (Rickettsia)
เป็นจุลินทรีย์หรือเชื้อโรคที่มีลักษณะกึ่งพืชกึ่งสัตว์และมี ขนาดเล็กกว่าเชื้อแบคทีเรียแต่ใหญ่กว่าเชื้อไวรัส มีสภาพกึ่งแบคทีเรีย กึ่งไวรัส คือมีรูปร่างได้ หลายอย่างเหมือนแบคทีเรีย แต่ต้องอาศัยเจริญเติบโตในเซลล์ (Cell) ที่มีชีวิต เชื้อริกเกตเชียสามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ มักอาศัยอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ซึ่งเป็นพาหะของโรค เช่น เห็บ เหา หมัด เป็นต้น โรคที่เกิดจากริกเกตเชีย ได้แก่ ไข้รากสาดใหญ่ หรือไทฟัส โรคนี้สามารถรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

เชื้อโปรโตซัว (Protozoa)
เป็นจุลินทรีย์หรือเชื้อโรค ซึ่งมีความสามารถสูงและคุณสมบัติในการดำรงชีพเหมือนสัตว์หลายเซลล์ โดยมีระบบต่าง ๆ ภายในตัวเองอย่างสมบูรณ์ เช่น การสืบพันธุ์ การย่อยอาหาร การหายใจ และการขับถ่าย โปรโตซัวมีมากกว่า 3 หมื่นชนิด ประมาณเกือบ 1 หมื่นชนิดเป็นปรสิตของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังรวมทั้งมนุษย์ สามารถดำรงชีพแบบอิสระ และอาศัยสิ่งมีชีวิตอื่นร่วมด้วย โรคที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัว ได้แก่ มาลาเรีย (ไข้ป่า) บิดอะมีบา (Ameba) เชื้อทริโคโมแนส (ซึ่งทำให้ช่องคลอดอักเสบ มีอาการตกขาวและคันยิบๆในช่องคลอด) ในปัจจุบันมียาที่ใช้ฆ่าเชื้อโปรโตซัวโดยเฉพาะ

พยาธิ (Parasites)
เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์และสัตว์ คอยแย่งอาหารหรือดูดเลือด และมักจะ ทำให้เกิดอันตรายต่อคนหรือสัตว์ตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกายที่มันอาศัยอยู่
นอกจากนี้พยาธิยังปะปนอยู่ในธรรมชาติที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต เช่น ในดิน พื้นหญ้า ในน้ำ ในเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ พืชผักต่าง ๆ น้ำดื่ม และในแมลงพาหะนำโรคหลายชนิด
พยาธิสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้หลายทางที่สำคัญ คือ ปากและผิวหนังโรคที่เกิดจากพยาธิ ได้แก่ โรคพยาธิใบไม้ในตับ โรคพยาธิปากขอ โรคพยาธิตัวจี๊ด โรคพยาธิแส้ม้า โรคเท้าช้าง เป็นต้น ในปัจจุบันมียาที่สามารถใช้รักษาโรคพยาธิโดยเฉพาะ (ยกเว้นพยาธิเพียงบางชนิด เช่น ตัวจี๊ดที่ยังไม่มียารักษาอย่างได้ผล)

ทั้งนี้เชื้อโรคในแต่ละกลุ่มใหญ่ ยังแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ๆ อีกเป็นจำนวนมาก โดยเชื้อแต่ละชนิดหนึ่งจะทำให้เกิดโรคขึ้นโดยเฉพาะ เช่น เชื้อหัด ทำให้เกิดโรคหัด เชื้อวัณโรค ทำให้เกิดวัณโรค เชื้อมาลาเรีย ทำให้เกิดไข้มาลาเรีย เป็นต้น ขณะที่ในบางโรคยังอาจเกิดจากเชื้อโรคหลายตัวได้ เช่น ไข้หวัด จะมีเชื้อย่อยๆอยู่ร่วม 200 ชนิด (ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนเราเป็นไข้หวัดได้บ่อยๆ) เชื้อไข้มาลาเรียมีอยู่ 4-5 ชนิด เป็นต้น

 

เรียบเรียงโดย: กองบรรณาธิการ
แหล่งข้อมูล: www.doctor.or.th   www.siamreview.com   www.nectec.or.th   www.thaitravelclinic.com

ภาพประกอบจาก: www.pixabay.com

บทความที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น